18
เม.ย.

พิธีแต่งงานแบบคริสต์ ตอนที่ 1

อ่าน 1318

การแต่งงานแบบคริสต์มักจะไปปรากฎอยู่ในฉากของภาพยนตร์หรือละครมากมาย ด้วยเพราะ...

 

พิธีแต่งงานแบบคริสต์

    การแต่งงานแบบคริสต์มักจะไปปรากฎอยู่ในฉากของภาพยนตร์หรือละครมากมาย ด้วยเพราะบรรยากาศสถานที่สำหรับจัดพิธีแต่งงาน รวมทั้งขันตอนที่แม้จะไม่มีรายละเอียดประกอบมากเท่ากับพิธีแต่งงานแบบไทย แต่ทุกๆ ลำดับพิธีก็ล้วนแล้วแต่มีความละมุนละไม สวยงาม และมีความลาสิกตลอดกาล จนน่าจะถือว่าเป็นฉากแต่งงานในฝันของสาวๆหลายคนเลยก็ว่าได้

    แต่กว่าจะมาเป็นพิธีแต่งงานแบบคริสต์ที่สวยงาม คู่แต่งงานจะต้องเริ่มด้วยการเลือกโบสถ์สำหรับจัดงาน รวมถึงเชิญผู้ประกอบพิธีเสียก่อน หากคู่แต่งงานเป็นผู้นับถือคริสต์นิกายคาทอลิก ก็ต้องเชิญ "บาทหลวง" ในขณะที่ชาวคริสเตียน หรือโปแตสแตนท์ต้องเชิญ "ศิษยาภิบาล" มาเป็นผู้ประกอบพิธีให้

    งานพิธีการ จะเริ่มจากพิธีจุดเทียน โดยบริเวณด้านหน้าของโบสถ์ที่ใช้ประกอบพิธีนั้น จะมีเชิงเทียนอยู่ 2 แท่น ตั้งอยู่ทางซ้ายและขวา ในพิธีนี้จะต้องเลือกผู้ที่จะมาทำหน้าที่จุดเทียน2คน แม้ว่าจะไม่มีข้อกำหนดที่แน่นอนว่าต้องเป็นเพศใด และเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม แต่โดยมากแล้ว คนส่วนใหญ่นิยมเลือกเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายคู่กัน หรือบางครั้งอาจจะใช้เด็กผู้หญิงทั้งคู่ เมื่อเข้าสู่พิธี เด็กที่ได้รับเลือก จะเป็นคนถือเทียนเปล่า ไปต่อไฟจากแท่นเทียนด้านหน้าโบสถ์ ก่อนจะนำทเยนที่ต่อไฟแล้ว ไปจุดต่อยังเชิงเทียนที่อยู่ด้านซ้ายและขวา จากนั้นจึงเดินออกมา โดยเทียนที่ติดไฟทั้งสองฝั่งนี้ จะต้องระวังไม่ให้ดัลก่อนพิธีจะเสร็จสิ้นด้วย

    หลังจากจุดเทียนเรียบร้อยแล้ว วงดนตรี ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้นักเปียโนที่จ้างมาเป็นพิเศษในงาน ก็จะเริ่มจากบรรเลงเพลงต้อนรับขบวนเจ้าสาวที่กำลังจะเข้ามาถึงพิธีแต่งงาน โดยขบวนเจ้าสาวจะประกอบไปด้วย เด็กผู้ถือแหวนหมั้น เด็กโปรยดอกไม้ เพื่อเจ้าสาว และบิดาของเจ้าสาวผู้เป็นคนพาเจ้สาวเดินคล้องแขนเข้ามาในโบสถ์ สื่อความหมายเฉกเช่นกับเป็นการมอบกรรมสิทธิ์ในการดูแล ทะนุถนอมลูกสาวตนเองให้เจ้าบ่าวเป็นผู้ดูแลต่อไป ช่วงเวลาที่ขบวนเจ้าสาวเดินเข้ามาในโบสถ์นี้เอง ผู้มาร่วมในพิธีจะต้องลุกขึ้นยืน เพื่อเป็นเกียรติให้กับเจ้าสาว

    และเมื่อบิดาพาเจ้าสาวมาถึงบริเวณที่ประกอบพิธีแต่งงานแล้ว บาทหลวง (หรือศิษยาภิบาล) ก็จะอ่านข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ ให้กับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้ทราบ โดยเฉพาะภาระหน้าที่ที่ควรปฏิบัติต่อกัน เมื่อได้มาใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน จากนั้นก็จะเข้าสู่พิธีที่ถือว่า ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด นั่นก็คือ "พิธีกล่าวคำปฏิญาณ" นั่นเอง

    ในสมัยก่อน เจ้าบ่าวเจ้าสาว มักจะกล่าวคำปฏิญาณตามบาทหลวง หรือผู้ประกอบพิธีกรรม แต่ปัจจุบัน ดูเหมือนวิธีคิดจะเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวมักจะร่างคำปฏิญาณ หรือคำมั่นสัญญา ที่จะมอบให้กันของพวกเขาทั้งคู่มาเอง หรือบางคู่ก็อาจจะพูดปฏฺญาณกันสดๆ เลยก็ได้เช่นกัน แต่หากคู่ใดเกรงว่า ความตื่นเต้นจะทำให้พูดผิดพูดถูกหรือไม่ลื่นไหล ก็สามารถจดโน้ตมาใช้เป็นตัวช่วยได้

อ่านต่อ

พิธีแต่งงานแบบคริสต์ ตอนที่ 2

 

แวะเข้ามาชม หรือขอคำปรึกษา ได้ที่ เบสท์ เวดดิ้ง สตูดิโอ ราชบุรี

 บริการ ออแกไนเซอร์ จัดงานแต่งงาน ครบวงจร ดูแลพิธีการ พิธีไทย พิธีสงฆ์ ฉลองมงคลสมรส ชุดแต่งงาน ชุดเจ้าสาว ชุดเจ้าบ่าว ชุดไทย ชุดวิวาห์ ถ่ายภาพแต่งงาน prewedding ในสตูดิโอ นอกสถานที่ แต่งหน้าเจ้าสาว ถ่ายวีดีโอ พรีเซนต์เตชั่น จอโปรเจคเตอร์ จัดพานขันหมาก ตบแต่งสถานที่จัดเลี้ยง จัดดอกไม้ งานแต่งงาน พวงมาลัย การ์ดเชิญ ของชำร่วย อุปกรณ์หลั่งน้ำสังข์ ตั่งรดน้ำ

แสดงความคิดเห็น